|
|
 |
« เมื่อ: 18 กันยายน 2007 00:00:15 » |
|
ในแวดวงบันเทิง นางแบบ - ดารา - นักร้อง ถ้าเอ่ยชื่อ 'เพ็ญพักตร์ ศิริกุล' ขึ้นมา เชื่อว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้จักสาวสองพันปีผู้นี้เป็นอย่างดี เป็นเพราะความสำเร็จในศิลปะทุก ๆ แขนงที่เธอได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในแง่ของการเป็นนางแบบยอดนิยม, ความเป็นดาราเจ้าบทบาท และเป็นศิลปินนักร้องเสียงเสน่ห์ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า ต่าย เพ็ญพักตร์ ใช้รูปร่างหน้าตาที่สะสวยพร้อมตำแหน่งประกันความงามเป็นสะพานทอดเข้ามาสู่ถนนสายบันเทิงแห่งนี้
ณ ดินแดนล้านนา ท้องถิ่นที่หลายคนเชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของสุภาพสตรีที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเพ็ญพักตร์ ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ถิ่นเอื้องเหนือแห่งนี้ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2502 เป็นบุตรีคนสุดท้องในจำนวน 7 คน ของคุณพ่อพัฒน์ ศิริกุล และมีมารดาเลี้ยงชื่อนางสุทิน ศิริกุล ผู้เป็นเจ้าของสถาบันเสริมความงามชื่อดังในจังหวัดคือโรงเรียนเสริมสวย 'สุทิน' เพ็ญพักตร์ หรือเด็กหญิงกระต่าย ได้รับการศึกษาสูงสุดจนจบชั้น ม.ศ. 3 จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จากนั้นก็เบนเข็มไปเรียนต่อด้านการเสริมสวย พอจบหลักสูตรก็เข้ามาช่วยเหลือธุรกิจของคุณแม่สุทิน โดยการทำงานเป็นครูถ่ายทอดวิชาเสริมความงามให้ลูกศิษย์ในสถาบัน 'สุทิน' นั่นเอง เป็นเพราะคลุกคลีอยู่ในแวดวงความสวยความงามอยู่แล้ว เพ็ญพักตร์ในวัย 15 ปี ได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมประชันโฉมเป็นครั้งแรกบนเวทีการประกวดเทพีสงกรานต์เชียงใหม่ 2517 ด้วยความสวยสดใส ใบหน้าหวานละมุน ทำให้ต่าย เพ็ญพักตร์สามารถคว้าตำแหน่ง 'รองเทพีสงกรานต์' มาได้โดยไม่ยากเย็นนัก เมื่อประสบผลสำเร็จตั้งแต่การประกวดครั้งแรกแล้วย่อมต้องมีครั้งต่อ ๆ มา โดยต่าย เพ็ญพักตร์ได้เป็น 'ขวัญใจลำใยบอลล์ปี 2517' ในการประชันความงามครั้งที่ 2 เวทีต่อมาได้รับเลือกให้เป็น 'ขวัญใจโดมบอลล์เชียงใหม่ 2517' 3 ตำแหน่งจากการประกวด 3 ครั้ง บนเวทีภาคเหนือ ทำให้ชื่อเสียงด้านความงามของเธอระบือไกลจากเชียงใหม่มาถึงนครหลวง 'เทพีชมรมนักธุรกิจแห่งประเทศไทย 2517' กรุงเทพ ฯ เป็นความสำเร็จครั้งที่ 4 ของเพ็ญพักตร์ ต่อมาในปี 2518 ได้รับเลือกจากคณะกรรมการให้เป็น 'รองมิสบางกอก 2518'
ล่วงเข้ามาจนถึงปี 2519 นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย นายสุธี มีศีลสัตย์ ได้จัดงานประกวดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2518 ในคืนวันที่ 5 มิถุนายน 2519 และในงานเดียวกันนี้ ได้ฟื้นฟูงานประกวดนางงามตุ๊กตาทองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสีสรรให้งานคึกคักยิ่งขึ้น
1 ใน 35 สาวงามที่ร่วมประชันโฉมมีชื่อ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รวมอยู่ด้วย หมือนเป็นลางว่าจะเป็นผู้พิชิตตำแหน่งสูงสุด เพ็ญพักตร์จับสลากได้หมายเลขนำโชคลักกี้นัมเบอร์ 13 อีกทั้งยังมีค่ายใหญ่อย่างละโว้ ภาพยนตร์ โดยหม่อมอุบล ยุคลเป็นผู้ส่งเข้าประกวด
บ่ายวันที่ 2 มิถุนายน 2519 เป็นการประกวดรอบแรกที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท เพ็ญพักตร์ ศิริกุล เอื้องเหนือวัย 17 ปีผู้มีใบหน้าหวานฉ่ำ ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา และส่วนสัดที่งดงามลงตัว ได้รับการคาดเดาจากสื่อมวลชนว่าจะต้องเป็นหนึ่งในห้าสาวงามที่เข้าถึงรอบสุดท้ายอย่างแน่นอน
คู่แข่งที่มีความสวยสดงดงามไม่แพ้กันได้แก่ วิชุตา เธียรโสภณ โรงเรียนสอนตัดเสื้อสรญาเป็นผู้ส่ง , ปริศนา เมทะนี ส่งเข้าประกวดโดยเมทะนีฟิล์ม , บุญฑริก เสนา และพิมพา จันทร์อ้น บริษัทลายลักษณ์เป็นผู้สนับสนุนการประกวด
เมื่อถึงวันตัดสิน เพ็ญพักตร์ ศิริกุล สามารถผ่านเข้าไปได้ถึงรอบ 5 คนสุดท้ายท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์อย่างหนาหูว่า มงกุฎนางงามตุ๊กตาทองนั้น ไม่หนีไปไหนแน่
อีก 4 สาวที่ได้รับการขานชื่อจากโฆษกเพื่อให้เข้ารอบสุดท้ายได้แก่ บุณฑริก เสนา, โชติรส บุนนาค และวิชุตา เธียรโศภณ กับพิมพา จันทร์อ้น สองเทพีวิสุทธ์กษัตริย์ ผู้มีตำแหน่งนางงามประกันความสวยมาแล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครองมงกุฎเกียรติยศ ได้มีการประกาศตำแหน่งแรกเสียก่อน นั่นคือขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ซึ่งเพ็ญพักตร์ ศิริกุล ตัวเก็งเต็งหนึ่งได้รับสายสะพายและถ้วยรางวัลไปตามความคาดหมาย ในที่สุดนาทีแห่งความระทึกใจก็มาถึง เมื่อพิธีกรประกาศผลการตัดสินให้โชติรส บุนนาค, พิมพา จันทร์อ้น, บุณฑริก เสนา และวิชุตา เธียรโสภณ เป็นรองนางงาม ดังนั้นตำแหน่งนางงามตุ๊กตาทอง 2519 จึงตกเป็นของเพ็ญพักตร์ ศิริกุล อย่างใสสะอาด ถึงแม้ว่าจะมีละโว้ ภาพยนตร์ให้การสนับสนุนในการประกวด แต่ผลงานชิ้นแรกของเพ็ญพักตร์ กลับเป็นเรื่อง ดอกโสนบานเช้า กำกับการแสดงโดย แจ๊สสยาม โดยแสดงคู่กับพระเอกเจ้าบทบาท จตุพล ภูอภิรมย์ ส่วนผลงานชิ้นต่อ ๆ มาคือ รักพยาบาท, สันกำแพง, เชลยศักดิ์, คำอธิษฐานของดวงดาว และอีกมากมาย ขณะที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่นั้น เพ็ญพักตร์ได้ผูกสมัครรักใคร่จนเมื่อความรักสุกงอมจึงได้ตกลงปลงใจอยู่กินกับนักร้องหนุ่มเสียงดี สามารถ บริบูรณ์เวช จนมีพยานรักเป็นชาย 1 คน แต่ในที่สุดเส้นทางรักหักเหถึงขั้นแยกทางกันเดิน ต่าย-เพ็ญพักตร์ จึงเป็นโสดอีกครั้ง
ต่อมาได้รับการติดต่อเพื่อถ่ายปฏิทินในแนวเซ็กส์ซี่ เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก อันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตทำให้ได้พบกับตากล้องอาร์ตติส ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ เมื่อต่างคนต่างปลี้มในความสามารถของกันและกัน ความรักครั้งใหม่ของต่าย เพ็ญพักตร์ ก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
เพราะความใกล้ชิดทำให้ บี๋ ธีรพงศ์ มองเห็นความสวยงามในเรือนร่างของต่าย เพ็ญพักตร์ หนังสือรวมภาพศิลปะครั้งแรกของเพ็ญพักตร์จึงได้อุบัติขึ้น และที่สำคัญไม่ใช่โด่งดังเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังดังเป็นพลุแตกไปถึงฮ่องกงอีกด้วย ทำให้เพ็ญพักตร์กลายมาเป็นนางแบบซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง ก็ถึงคราวต้องแยกทางกันเดิน ต่าย เพ็ญพักตร์ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานในวงการบันเทิงไม่ว่าจะเป็นนางแบบ หรือเป็นดาราภาพยนตร์รวมไปถึงแสดงละครทางโทรทัศน์ จนในที่สุดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง แกรมมี่ จับเธอมาเซ็นต์สัญญาเป็นศิลปินหน้าใหม่ และเพลงไม่อยากกลับบ้านของเธอก็กลายเป็นเพลงฮิตติดอันดับ เรียกว่ามาแรงไม่แพ้ศิลปินอื่น ๆ ที่มีผลงานพร้อม ๆ กันในช่วงนั้นเลย
เมื่อหน้าที่การงานลงตัว ความรักก็เดินทางเข้ามาในชีวิตต่าย เพ็ญพักตร์ อีกครั้ง คราวนี้หนุ่มรุ่นน้องอย่าง แฟรงค์ อนิรุธ เถรว่อง เป็นชายหนุ่มที่เธอควงคู่ไปไหนต่อไหนอย่างเปิดเผย
ความรักระหว่างสาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้อง มาถึงบทอวสานในเวลาไม่นานนัก ต่าย เพ็ญพักตร์ จึงมีอิสระในการคบหากับนักดนตรีหนุ่มผมยาวที่ดูจะจริงจังกับชีวิตมากนาม โต หินเหล็กไฟ
เมื่อโต ก้าวเข้ามาในชีวิตของต่าย ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ความรักของทั้งคู่สดใสซาบซ่า หน้าตาผ่องใสระบายไปด้วยความสุข
หลายปีผ่านไปความรักของ 'โตกับต่าย' กลับงอกเงยทวีคูณขึ้นไปอีก เพราะทั้งคู่ต่างเข้าใจเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ผู้ที่ได้พบเห็นต่างอิจฉาความหวานความรักของคนทั้งคู่ที่ดูยังไงก็ไม่มีวันจืดจาง
นอกจากความรักที่หวานชื่นขึ้นทุกวันแล้ว งานแสดงก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องไม่ขาดมือ ในบรรดาผลงานที่ผ่าน ๆ มาจะหาเรื่องใดที่สร้างความภาคภูมิใจมากเท่ากับภาพยนตร์ 'สุริโยทัย' เป็นไม่มี
ไม่ใช่เป็นเพราะบท 'มหาเทวีจิระประภา' แห่งเมืองเชียงใหม่ที่ช่างเหมาะเจาะกับต่าย เพ็ญพักตร์ อย่างที่สุดเท่านั้น แต่การได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ต่างหากที่สร้างความภาคภูมิใจให้อย่างล้นเหลือ รวมทั้งการได้ร่วมงานกับผู้กำกับอย่างหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมยุคล และการได้แสดงร่วมกับดาราอีกเป็นร้อยชีวิตก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของความภูมิใจ
เชื่อว่าหญิงสาวสวยเซ็กส์ซี่ที่มากฝีมือเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถคนนี้ จะต้องมีผลงานดี ๆ มานำเสนออีกมากมาย ถึงแม้ว่าในวันนี้บทบาทดารา นักร้อง นางแบบ ของเธอจะเปร่งรัศมีกลบลบภาพนางงามในอดีตไปแล้ว แต่ก็ต้องขอบันทึกไว้ตรงนี้ว่า นางงามตุ๊กตาทอง 2519 มีชื่อว่า เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
|